รู้จักไหม!? ของขลังจากสัตว์ที่ “ไม่ต้องปลุกเสก” แต่มีฤทธิ์เดชแรงกล้า อย่าท้าทาย!!

โดยปกติเราจะเห็นพวกเครื่องรางของขลังที่ถูกทำขึ้นโดยพระเกจิชื่อดังที่เชื่อกันว่ามีวิชาอาคม และต้องปลุกเสกเพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ผู้บูชาแต่วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเครื่องรางของขลังอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นมาจากสัตว์ หรือธรรมชาติ ไม่ต้องปลุกเสก และหายากมาก แถมยังมีฤทธิ์เดชเหลือคณานับ

เครื่องรางของขลังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น บางคนเคยประสบเหตุการณ์หรือเคยเห็นอิทธิฤทธิ์จริง แต่บางคนก็พกเพียงเพื่อความสบายใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์

*เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

1. ช้องหมูป่า


เป็นเส้นขนพิเศษของหมูป่า ที่ขึ้นอยู่บริเวณตัวของหมูป่า โดยเฉพาะที่บริเวณหัว หรือหว่างคิ้วของมัน มีความยาวเป็นพิเศษ เหมือนหางเปียย้อยลงมาตรงหน้าผาก ยาวจนถึงปากของมัน นักไสยศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่มีอิทธิฤทธิ์เพื่อความคงกระพันมหาอุด ส่วนอีกกลุ่มเชื่อว่า ช้องหมูป่าคือขนที่ยาวเป็นพิเศษของหมูป่า โดยเฉพาะหมูตัวผู้ที่ชอบหากินอยู่ตัวเดียว หมูป่าจะคาบช้องของมันเอาไว้ตลอดเวลา โดยพันเอาไว้กับเขี้ยวด้านหนึ่ง สามารถคุ้มครองทั้งหมูที่เป็นเจ้าของช้อง และคนที่มีช้องของหมูป่าไว้ในครอบครอง

อีกกลุ่มหนึ่งเชื่อกันว่าช้องหมูป่า เป็นขนที่ขึ้นอยู่บริเวณลูกอัณฑะของหมูป่า หรืออาจเรียกว่าขนเพชรหมูป่า เกิดในหมูป่าโทนที่ชอบออกหากินตัวเดียวไม่เกรงกลัวใคร จะใช้ฟันกัดขนของมันมาอมไว้ในปาก เคี้ยวด้วยน้ำลาย จนขนรวมตัวกันเป็นวงหรือขมวดกลมๆ หรือวงแหวน มันจะรักษาขนนี้ไว้ในปากตลอดเวลาได้อย่างน่าประหลาด มันจะอยู่ยงคงกระพันเป็นมหาอุดตลอดเวลาที่มันมีขนนั้นอยู่ในปาก ลูกกระสุนปืนนายพรานจะไม่สามารถทำอะไรมันได้



พวกนักล่าทางไสยศาสตร์ ต้องคอยจนมันกินน้ำ หมูป่าจะคายขน หรือช้องหมูป่าออกมาวาง พอมันคายช้องหมูป่าออกมาแล้ว นายพรานก็จะยิงหมูตัวนั้นได้ แล้วจึงค่อยไปเก็บเอาช้องหมูป่าเอามาเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวกัน เชื่อกันว่าจะทำให้ศัตรูปืนยิงไม่ออก หรือยิงไม่เข้า แต่ต้องพกติดตัวไว้ตลอด ห่างเพียงนิดเดียวก็จะไม่สามารถคุ้มครองป้องกันภัยได้



2. เขี้ยวหมูตัน


หมูป่าเพศผู้ตัวใดมีเขี้ยวตัน ตั้งแต่โคนเขี้ยวถึงปลายเขี้ยว เชื่อว่าช่วยป้องกันภัยจากนายพราน ทำให้ยิงไม่ออกหรือยิงไม่เข้า แผลงศรก็ไม่เข้าเนื้อ เมื่อมันตายด้วยความชราหรือตายตามธรรมชาติ ใครไปพบเข้าดึงออกจากกรามได้ ใช้เป็นเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่างๆ ได้ นำมาใช้เป็นเครื่งรางของวิเศษได้โดยไม่จำเป็นต้องปลุกเสก



วิธีดูเขี้ยวหมูตัน
1. เมื่อส่องกล้องขยายจากโคนจนถึงปลายจะมองเห็นเส้นตามขวางเป็นริ้วๆ เป็นเส้นที่แสดงถึงการงอกเพิ่มของเขี้ยวหมูตามอายุของมัน
2. ฃเขี้ยวหมูที่ถูกใช้สัมผัสกับเหงื่อสีจะออกเหลือง เสมือนเป็นชั้นบางๆ เคลือบผิวอยู่ด้วยเทียนไข
3. ตรงส่วนปลายของเขี้ยวจะมีส่วนที่เป็นมุมคมเพื่อการบดเคี้ยวอาหาร



4. ถ้าเขี้ยวหมูถักเงินไว้ ให้สังเกตความเก่าของเงินที่ใช้ถักว่ามีความเก่าเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเขี้ยวหมูหรือไม่ 5. จุดตาย เขี้ยวหมูตันจะมีเนื้อในเต็มตั้งแต่โคนจนถึงปลาย แต่จะต้องมีโพรงอากาศอยู่นิดหน่อยเสมอ เพราะเป็นโพรงประสาทฟันของหมู แล้วค่อยเป็นโคนตัน โพรงอากาศนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุของหมูตัวนั้นๆ

วิธีดูเนื้อในเขี้ยวว่าเป็นเนื้อฟันหรือเนื้อเก๊ ให้ดูสีสันว่าคล้ายกระดูกแห้งปนแดงๆ หรือไม่ สีภายในเขี้ยวจะต่างจากเนื้อฟันภายนอก หรือลองเคาะดู ถ้าเป็นปูนปลาสเตอร์ก็จะหลุดมาเอง ถ้าเป็นเรซิ่นมองดูก็รู้ว่าปลอม สิ่งที่ต้องระวังคือ เขี้ยวหมูตันที่มีรอยแตกตรงโคนแล้วข้างในตันทั้งแท่ง อย่างนี้เก๊แน่นอน

3. เดือยงูเหลือม


เป็นของวิเศษที่มีอาถรรพ์ในตัวเอง มีอานุภาพที่เร้นลับศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดมีไว้ครอบครองจะมีโชค มีลาภเข้ามาโดยตลอด ชีวิตรุ่งเรือง ทำมาค้าขายหากินง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ตามธรรมชาติพญางูเหลือมจะมีเฉพาะเพศผู้ ที่มีอายุมากเท่านั้น นับว่าเป็นของที่ทรงคุณค่า เมื่อพญางูเหลือมหิวจะมีเดือยงอกออกมาแถวๆ ใกล้รูทวาร มันจะใช้เดือยนี้วงเป็นอาณาเขตวงกลมรอบๆ ที่มันนอน ถ้าสัตว์ตัวใดหลงเดินเข้ามาอย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปอีก เหมือนโดนคาถาต้องมนต์สะกดงงงวย สัตว์เหล่านั้นจะเดินเข้าไปให้พญางูเหลือมกินแบบไม่รู้ตัว แม้แต่งูตัวเมียพลีกายเดินเข้ามาให้ผสมพันธุ์อยู่ไม่ขาด
 

แต่การที่จะเอามาทำเครื่องรางต้องเอาเฉพาะตัวที่มันตายเองเท่านั้น คือแก่ตาย หรือตายโหง คือมีอุบัติเหตุ เช่นไฟป่าคลอกตาย เป็นต้น เดือยพญางูเหลือมถึงจะขลังและทรงคุณค่า ไม่ใช่ว่าไปจับมันมาแล้วฆ่าเพื่อเอาเดือย วิธีสังเกตว่าเป็นเดือยงูเหลือมของจริงหรือไม่

หากเป็นของแท้ที่โคนเล็บจะมีเนื้อเป็นก้อนเกาะกันแน่น แม้ว่าจะผ่านการตากแห้งเป็นเวลานาน มันก็จะไม่ยุบแห้งติดกระดูกเหมือนอุ้งตีนไก่ เล็บจะแข็งปลายยาวแหลม บางเดือยโค้งยาวมาก ถ้างูเหลือมมีตัวขนาดใหญ่มหึมา และกรงอุ้งเล็บของงูเหลือมนี้จะไม่หลุดออกจากกระดูก มันจะฝังอยู่อย่างเหนียวแน่น ถ้าหลุดแปลว่าถูกหลอก



สรรพคุณของเดือยงูเหลือม 1. เสี่ยงโชค ตามคำโบราณมีอยู่ว่าสะกดคนที่เล่นการพนันกับเรา แต่มีข้อแม้ว่าอย่าลุก ถ้าลุกคือต้องเลิกเล่นเลย

2. ทำมาหากิน ให้โชคลาภ ค้าขายดี ลูกค้าเดินมาหาเอง เหมาะแก่งานธุรกิจออนไลน์ (เหมือนที่เหยื่อเดินเข้ามาให้งูเหลือมกินแบบสบายๆ)
3. มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม ( อย่างที่มีงูตัวเมียเข้ามาให้ผสมพันธุ์ไม่ขาด) มีเสน่ห์ในกาย ดึงดูเพศตรงข้าม

วิธีเสกเดือยงู
นำเดือยมา ตั้งนะโมสามจบ ท่องว่า โอม…มหานาคา นะจังโง โมจังงัง พุทละลวย ธาละลาย ยะมามีมามะ ท่องสามจบ จากนั้น อธิฐานในสิ่งที่ต้องการ

4. ตับเหล็ก


มีความเชื่อว่า ตับเหล็กสามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาคมแก่กล้า ผู้ซึ่งเสกว่านยาดื่มเป็นประจำ เล่ากันว่าตับเหล็กเป็นของขลังชนิดหนึ่ง หรือที่ทางภาคกลางและทางภาคเหนือ เรียกว่าตับทองแดง จะมีฤทธิ์ทางคุณไสยทำให้ไม่ไหม้ไฟ ศพใดที่มีตับเหล็กเกิดขึ้นติดตัว ตับจะไม่ไหม้ไฟเด็ดขาด
 

5. เคราทองแดง


เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่สามารถเกิดขึ้นได้กับร่างกายของคนที่มีอาคมแก่กล้า มีคาถามีวิชา เพราะเสกว่านยากินเป็นประจำทำให้ตับเป็นเหล็ก แต่บางส่วนเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเองได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นได้กับทุกคน นานๆ ทีจึงจะพบเห็น  

6. งากำจัด


หมายถึง งาช้างที่หักคาต้นไม้ อีกหนึ่งวัตถุอาถรรพ์ที่ได้ยินบ่อย แต่หายากมาก ต้องเป็นงาของช้างตกมัน หรือช้างเกเร อารมณ์ร้ายและมีฤทธิ์เดชมาก ไล่อาละวาดแล้วเอางาแทงกับต้นไม้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว จนปลายงาหักคาอยู่กับต้นไม้ และเพราะเป็นเรื่อวที่เกิดขึ้นได้ยาก โบราณจึงเชื่อว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะสามารถเป็นเจาของได้ ต้องทำพิธีจุดธูปบวงสรวงจึงจะสามารถแกะงาออกจากเปลือกไม้
 

งากำจัดมีอิทธิฤทธิ์มีอำนาจมาก แต่ต้องระวังให้ดี เพราะของปลอมมีเยอะ ของจริงหาไม่ค่อยเจอ  

7. งาช้างน้ำ


เป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในทะเลทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย งาช้างน้ำมีลักษณะคล้ายเขี้ยวเสือแต่เล็กกว่า ในอดีตพวกชาวน้ำใช้วิธีใช้หยวกกล้วยไปวางไว้ริมฝั่งเพื่อเอางา ในฤดูที่ช้างน้ำคึกคะนองจะชอบมาแทงหยวกกล้วยเล่น เพราะแทงแล้วไม่เจ็บปวดเหมือนแทงหิน บางครั้งงาจึงหักหรือหลุดติดหยวกกล้วย พวกเขานำมาใช้ทำเป็นเครื่องรางป้องกันสัตว์ดุร้าย เช่น ปลาฉลาม ช้างป่า ส่วนมากพวกหมอจับช้างจะมีงาช้างน้ำไว้ป้องกันตัว ตามตำนานเล่าว่า

ตั้งแต่อดีตโบราณกาลมาจนถึงในปัจจุบันได้กล่าวถึงความวิเศษเลิศล้ำของงาช้างน้ำ ช้างน้ำ มีลักษณะเหมือนช้างย่อส่วน มีอยู่ 3 ขนาดคือ ขนาดเล็กจิ๋ว ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ต่างกันไม่มาก โดยรวมแล้วไม่เกิน 6 นิ้วฟุตไม้บรรทัด เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในป่าหิมพานต์ อยู่อีกมิติหนึ่งที่ซ้อนทับอยู่กับโลกมนุษย์ แม้แต่ในพระไตรปิฎกก็ยังกล่าวถึง อีกทั้งพระป่าสายกรรมฐาน ที่มีญาณทิพยจักษุหลายรูปก็ยืนยันว่ามีจริง ผู้ที่มีโอกาสได้พบเห็นด้วยตาเนื้อ ต้องเป็นผู้ที่มั่นคงในศีล มีบุญฤทธิ์สูงส่ง ส่วนใหญ่ที่มาปรากฏตัวให้เห็นนั้นมักจะเป็นบริเวณป่าลึกที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์และห่างไกลจากผู้คน

ข้อควรระวัง


งาช้างในป่าหิมพานต์จะแตกต่างกับงาช้างในเมืองมนุษย์ แม้จะมีสีขาวหรือขาวอมเหลืองเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดูให้ดีๆ จะเห็นว่าไม่เหมือนกันทั้งหมด จุดสำคัญในการดูว่าเป็นงาช้างน้ำแท้หรือเทียม ก็คือหากชิ้นไหนมีลักษณะเหมือนงาช้างในเมืองมนุษย์เป็นอย่างมาก ให้ตั้งแง่เอาไว้ก่อนได้เลยว่าเป็นของปลอม
 

บางคนนำงาช้างมาเหลาให้มีขนาดเล็ก พยายามแต่งให้ดูเก่า อบด้วยความร้อนเพื่อให้มีรอยร้าว กุเรื่องขึ้นมาว่าช้างน้ำสูญพันธุ์ไปแล้ว สารพัดวิธีการปลอมแปลง เพราะว่างาช้างน้ำของแท้นั้นราคาสูงถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย ส่วนของปลอมที่ทำออกมาให้เห็น ราคาขายเพียงไม่เกินหลักหมื่นต้นๆ  

8. กระดูกงูเหลือม


มีความเชื่อว่างูเหลือมเป็นราชาแห่งงู เมื่อมีงูเหลือมตาย มักจะปล่อยให้เน่าเปื่อยจนแห้ง จนเหลือเพียงกระดูก จากนั้นจะนำเอากระดูกสันหลังมาร้อยด้วยเชือกด้ายเพื่อทำเป็นสายรัดเอว เพื่อใช้ป้องกันงูพิษต่างๆ มีสูตรยาโบราณเพื่อแก้อาการเจ็บหลัง โดยการเอากรดูกมาบดหรือฝนผสมกับน้ำมะนาว นำไปทาบริเวณที่ปวดเมื่อย และมีความเชื่อว่าการนำกระดูกงูเหลือมมาผูกข้อมือเด็กอ่อน เป็นการแก้เคล็ดให้เด็กไม่บิดตัว ปัจจุบันก็ยังมีบุคคลที่เลื่อมใสในสรรพคุณของกระดูกงูเหลือมมากมาย
 

9. เคงเป็นเหล็ก


คือรังปลวกชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นตามต้นไม้ เช่น ต้นมะพร้าว เคง มีขนาดเล็กกว่าปลวกทั่วไป ก้นมีสีเหลืองอ่อน คนโบราณใช้เลี้ยงนกคุ้ม เคงร้าง หรือเคงที่ไม่มีตัวปลวกอาศัย บางส่วนจะกลายเป็นเหล็ก แต่ยังคงสภาพความเป็นรูเหือนรังปลวกปกติ ซึ่งเป็นทางเดินของปลวก แต่พบหาได้ยาก ในแสนหรือล้านรังถึงจะเจอ มีความเชื่อว่า เป็นของขลัง ใช้ทำเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่างๆ  

10. คด


เครื่องรางของขลังที่ผู้คนนิยมกันมาก คือ คด เป็นเครื่องรางที่เกิดจากพืช เช่น คดขนุน คดมะพร้าว มีความเชื่อว่าเป็นยอดคงกระพัน แคล้วคลาด ปลอดภัย และช่วยในเรื่องเมตตามหานิยม คด มีลักษณะคล้ายหิน ในปัจจุบันถึงพบผู้ค้าที่ทำของปลอมออกมาจำหน่ายมากมาย โดยการเอากรวดหรือหิน มาตบแต่งเจียระไนเสียใหม่ให้เหมือนคด ยากที่จะดูออก คนถูกหลอกมีมาก ใครจะซื้อต้องระวังและดูให้เป็น
 

เคล็ดลับสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องรางของขลัง คือ ควรพกติดตัวไว้ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหน ให้ติดเนื้อติดตัวไว้จะเกิดผลแรงที่สุด ให้คุณแก่ผู้เป็นเจ้าของที่สุด จะใส่สร้อยแขวนคอ คาดเอว ใส่กระเป๋าเสื้อ หรือหากเป็นผู้หญิงจะใส่ในเสื้อชั้นในก็ได้ แต่ไม่ควรบูชาต่ำกว่าเอว จะเป็นการล้างคุณ

บางคนบูชา แล้วเก็บหรือวางไว้บูชาที่ห้องพระหรือหิ้งพระ ก็สามารถทได้ แต่เสน่ห์ก็อยู่เฉพาะในรถ อยู่เฉพาะที่บ้านเท่านั้น หรือในที่ที่คุณเก็บรักษาไว้ เมื่อคุณไปทำงานหรือออกไปข้างนอกพลังเขาก็จะไม่สามารถตามคุณไปได้ ดังนั้น ควรเก็บไว้ติดตัวจะดีที่สุด


ขอบคุณที่มา : jackpotded