กาสะลอง ดอกปีบ สรรพคุณดูดี เป็นสมุนไพรแก้หอบหืด เป็นยาบำรุงน้ำดี

ปีบเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกระบอก กิ่งก้านมักจะย้อยลง

เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องลึกตามยาวลำต้นอย่างไม่เป็นระเบียบ ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น เรียงเวียน ช่อแขนงด้านข้างมี 3-5 คู่ ปลายคี่ เรียงตรงข้าม ใบย่อยแขนงละ 2-4 คู่ เรียงตรงข้าม ใบรูปไข่หรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักมนหรือเว้าเป็นคลื่นเล็กน้อย

จากกระแสละครกลิ่นกาสะลองที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้เราต้องไปค้นคว้าดูว่าดอกกาสะลองหรือดอกปีบ มีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจต่อสุขภาพไหม แล้วก็เจอว่ากาสะลองหรือดอกปีบมีดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ วันนี้เลยขอนำสรรพคุณกาสะลองหรือดอกปีบมาให้ทำความรู้จักกัน

กาสะลอง กลิ่นหอม ดอกสวย

กาสะลองมีชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันอีกว่า ดอกปีบ หรือทางเหนืออาจเรียกว่า กาซะลอง กาดสะลอง แต่เห็นเป็นดอกไม้พื้นบ้านอย่างนี้ก็แอบมีชื่อภาษาอังกฤษด้วยนะคะ โดยกาสะลอง ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Cork Tree หรือ Indian Cork ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกาสะลองคือ Millingtonia hortensis L.f.

กาสะลองเป็นพืชในวงศ์ Bignoniaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกมีสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น

ขนาดใบกว้าง 13-20 เซนติเมตร ยาว 16-26 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบทั้งสองด้าน เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ

ส่วนดอกกาสะลองหรือดอกปีบจะออกเป็นกระจุก แต่จะแยกแตกแขนงที่ปลายกิ่ง ตัวดอกยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว มีประมาณ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมีสีเขียว กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกกาสะลองมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด

ปลายกลีบแหลมแยกเป็นหลอดปากแตร 5 แฉก 3 แฉก รูปขอบขนาน 2 แฉกล่างค่อนข้างแหลม ดอกกาสะลองจะออกประมาณเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี

ส่วนผลกาสะลองเป็นผลแห้งแตก ลักษณะผลแบนยาวขอบขนาน ในผลกาสะลองจะมีเนื้อและเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเป็นแผ่นบาง มีปีก

กาสะลอง ดอกปีบ สรรพคุณดอกนี้ไม่ธรรมดา

ตามตำรับยาแพทย์แผนไทยพบว่า ดอกกาสะลองหรือดอกปีบมีสาร Hispidulin และสาร Hortensin ช่วยบำรุงปอด มีฤทธิ์ขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการโรคหอบหืดได้

โดยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านจะนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบมาสุมยา ด้วยการนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาด

จากนั้นนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบไปใส่ในกะละมังที่ทนความร้อน ใส่หอมแดงทุบพอแตก 2 หัว ผิวมะกรูด 1 ลูก แล้วใส่น้ำร้อนให้ท่วม จากนั้นหาภาชนะมาปิดประมาณ 3 นาที

แล้วนำผ้าชุบน้ำพอหมาดคลุมศีรษะ เสร็จแล้วให้ค่อย ๆ เปิดภาชนะ แล้วก้มศีรษะสูดไอน้ำสมุนไพรในกะละมังประมาณ 5 นาที

หรือจนกว่ากลิ่นจะหมด ผ่านไปสักพักอาการหอบหืดจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

นอกจากนี้ ดอกปีบยังเป็นยาบำรุงน้ำดี โดยนำดอกปีบประมาณ 2-3 กำมือมาผึ่งลมให้แห้งสนิท แล้วหยิบดอกปีบ 1 หยิบมือมาชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ

กรองเอาแต่น้ำดื่มอุ่น ๆ ยามเช้าก็ได้ ชาดอกปีบจะช่วยขับน้ำดี ขยายหลอดลม บรรเทาอาการไซนัส หรือถ้ามีดอกปีบปริมาณมาก ๆ จะนำมาต้มเพื่อทำเป็นน้ำมันหอมไว้ทาผิวก็ได้เช่นกัน

ไม่ใช่แค่กลีบดอกเท่านั้นที่มีประโยชน์ เพราะในตำรับยาไทยยังนำกาสะลองมาใช้ในการรักษาโรคได้อีกหลายส่วน ดังนี้

* ราก มีรสเฝื่อน ใช้บำรุงปอด รักษาวัณโรค อาการหอบหืด แก้ไอ แก้เหนื่อยหอบ

* เปลือก แก้ไอ ขับเสมหะ

* ใบ ใช้ทำลายเชื้อแบคทีเรีย แก้ไข้ แก้ไซนัสอักเสบ เพิ่มการหลั่งน้ำดี ปรุงเป็นยาบำรุงร่างกาย หรือใช้ใบมวนบุหรี่สูบแทนฝิ่นเพื่อขยายหลอดลม บรรเทาอาการหอบหืดได้เหมือนกัน

* ลำต้น บำรุงปอดและแก้ไอ

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกาสะลองหรือดอกปีบยังเป็นเพียงผลการศึกษาในหนูทดลองเท่านั้น แต่การนำสารสกัดจากดอกกาสะลองหรือดอกปีบมาใช้เป็นยาบรรเทาอาการเจ็บป่วยในคนยังคงต้องศึกษากันต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เฟซบุ๊กกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ

ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

หนังสือ 108 สมุนไพรไทย ใช้เป็น หายป่วย โดยพิมลพรรณ อนันต์กิจไพศาล