อาหารต้องห้าม!! สำหรับคนที่เป็นมะเร็ง อ่านแล้วดีมากๆ โปรดบอกต่อให้กับคนที่คุณรัก

สิ่งเหล่านี้เป็นความรู้และข้อมูลสำหรับ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ เพราะเป็นของแสลงกัน ตามศาสตร์แพทย์พื้นบ้าน อยากให้เพื่อนๆได้อ่าน ได้แบ่งปันเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง

1. สับปะรด


2. ข้าวเหนียว


3. เนื้อวัว


4. เนื้อควาย


5. ปลากระป๋อง


6. ปลาทูไข่


7. ถั่วงอก


8. ทุเรียน


9. หน่อไม้ดอง


10. ตำลึง

อาการโรคมะเร็ง 10 สัญญาณอันตรายแบบนี้ อย่าละเลย

1. มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นในร่างกาย

การที่ร่างกายของเรามีก้อนเนื้อแปลกปลอมเกิดขึ้น นั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้ เช่นมะเร็งเต้านมในผู้หญิงเป็นต้น คนที่มีก้อนเนื้อแปลกปลอมส่วนใหญ่ถ­ึง 77% ไม่คิดว่าก้อนเนื้อเหล่านั้นเป็นสัญญ­าณอันตรายของโรคที่ร้ายแรง ซึ่งนั่นทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งก็สายเกินไปเสี­­­ยแล้ว ดังนั้นหากคลำเจอก้อนเนื้อแปลกปลอม ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียดจะดีกว่านะ

2. อาการไอ และเสียงแหบแห้ง

เวลาคนเราเป็นไข้หวัดก็มักจะมีอาการไอร่วมด้วยอยู่เสมอ แต่ถ้าหากคุณหายจากอาการไข้หวัดแล้วยังคงไออยู่ตลอดไม่หายเสียท­­­ีละก็ ก็อาจจะเป็นสัญญาณของมะเร็งปอด มะเร็งในต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้เช่นกัน โดยอาการอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลานั้นเป็นสัญญาณหนึ่งที่สำคัญ­­­แต่คนเรากลับละเลย และคิดว่าที่ไอนั้นเป็นเพราะสาเหตุอื่น ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าหากคุณมีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ควรจะไปพบแพทย์จะดีกว่า จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงค่ะ

3. ความผิดปกติในระบบย่อยอาหาร

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารเกิดความผิดปกต­ิ รวมทั้งระบบขับถ่ายก็จะผิดปกติตามไปด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกว่าอาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ หรือแม้แต่เกิดอาการท้องผูกที่รุนแรงละก็ ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าอาการเหล่านั้นไม่ใช้สัญญาณของการ­­­เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะได้ไม่ต้องมานั่งวิตกกังวลกันทีหลัง

4. ความผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะ

การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเป็นสิ่งที่พบได้อยู่เสมอ ซึ่งโดยทั่วไปไม่อันตราย แต่ถ้าหากเริ่มมีเลือดปะปนออกมาในปัสสาวะ ก็อย่าชะล่าใจไปนะ เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่ละเลยภาวะเลือดออกในปัสสาวะ และมาพบที่หลังว่าตนเองเป็นมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งในไต หรือต่อมลูกหมาก ดังนั้นอย่ามัวแต่คิดว่าการมีเลือดออกมาปะปนในปัสสาวะ หรือการที่รู้สึกเจ็บเวลาที่ปัสสาวะจะเป็นเพียงแค่การติดเชื้อ ไปตรวจให้แน่ใจดีกว่าเนอะ

5. อาการปวดแบบไร้สาเหตุ

อาการปวดบางชนิดที่เรื้อรัง อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงอย่างมะเร็งได้ อาทิ มะเร็งกระดูกหรือมะเร็งรังไข่ โดยสมาคมโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยว่าอาการปวดนั­­้นคือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง ซึ่งในการศึกษาหนึ่งพบว่ามีคนเพียง 40 % เท่านั้นที่เมื่อเกิดอาการปวดเรื้อรังแล้วจะไปพบแพทย์เพื่อทำกา­­­รตรวจวินิจฉัยให้แน่นอน

6. เจ็บคอเรื้อรัง

อาการเจ็บคอเรื้อรัง เป็นหนึ่งในสัญญาณที่คนมักจะละเลยและคิดว่าเกิดจากอาการไข้หวัด­­­ธรรมดาทั่วไป ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วอาการเจ็บคอเรื้อรัง อาจจะเป็นสัญญาณที่สำคัญของ­โรคมะเร็งกล่องเสียงหรือมะเร็งในลำคอได้ โดยมีการศึกษาพบว่า 78% ของอาสาสมัครที่เข้าร่วมในงานวิจัย ไม่คิดว่าอาการเจ็บคอเป็นสัญญาณอันตรายใด ๆ และไม่คิดจะพบแพทย์ ซึ่งความชะล่าใจแบบนี้ล่ะค่ะที่ทำให้บางรายไม่สามารถรักษาโรคมะ­­­เร็งได้ทันกาล ฉะนั้นอย่าวางใจกับอาการเจ็บคอเรื้อรังเป็นอันขาดเลยนะ

7. น้ำหนักลดโดยไร้สาเหตุ

สมาคมโรคมะเร็งอเมริกันเปิดเผยว่าการที่น้ำหนักลดลงแบบไร้สาเหต­­­ุมากกว่า 5 กิโลกรัมขึ้นไปนั้น เป็นสัญญาณที่สำคัญอันดับแรก ๆ ของโรคมะเร็งหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งในหลอดอาหาร ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะละเลยและคิดว่าอาจจะเป็นโรคอื่นมากกว่า ไม่ก็ดีใจที่น้ำหนักลด ซึ่งจริง ๆ การที่น้ำหนักลดแบบไร้สาเหตุอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเรื่องที่ไม­­­่ควรละเลยอย่างยิ่ง ถ้าไม่อยากให้อาการป่วยสายเกินแก้ หากน้ำหนักลดเร็วและมากเกินไป ควรจะรีบไปพบแพทย์ดีกว่าค่ะ

8. กลืนอาหารลำบาก

แม้ว่าการที่คนเรากลืนอะไรได้ลำบากจะเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวก­­ับระบบประสาทหร­­ืออาการแพ้ต่าง ๆ แต่อาการนี้ก็เป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้เช่นกัน โดยเฉพาะโรคมะเร็งในหลอดอาหารหรือโรคมะเร็งในลำคอ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยเป็นอันขาด หากเกิดอาการกลืนอาหารหรือน้ำลายได้ลำบากบ่อยมากจนเกินไป ไม่ควรจะสันนิษฐานว่าเป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกัน แต่ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ หากเป็นโรคมะเร็งจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

9. เลือดออก

เลือดออกถือเป็นอาการที่น่ากลัวและอันตราย รวมทั้งเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้อีกด้วย อย่างเช่นการไอเป็นเลือด ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งปอด หรือแม้แต่การปะปนของเลือดในอุจจาระหรือปัสสาวะก็อาจจะเป็นสัญญ­­­าณเตือนของโรคมะเร็งในระบบขับถ่ายได้เช่นกัน นอกจากนี้การที่ผู้หญิงมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นประจำเดือนก็ยังเตือนได้ถึงโรคมะเร็งปากมดลูก ฉะนั้นไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่อยากจะรู้ตัวเมื่อสาย รีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีเลือดออกแบบไม่มีสาเหตุเลยดีกว่า

10. เกิดการเปลี่ยนแปลงของไฝบนผิวหนัง

ไฝบนผิวหนังบางชนิดก็เป็นสัญลักษณ์ของโรคมะเร็งผิวหนังได้เช่นก­­­ัน โดยไฝที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งผิวหนังนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สั­­­งเกตเห็นได้ง่าย โดยอาจจะมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญ กว่าจะรู้ตัวอีกทีมะเร็งผิวหนังก็ลุกลามจนการรักษาเป็นไปได้ยาก­­­และเป็นเวลานาน ถ้าไม่อยากต้องเสียเวลารักษา และต้องทนเจ็บปวดกับการรักษาก็ควรสังเกตไฝที่เกิดขึ้นตามร่างกา­­­ยอยู่เสมอ ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติก็ควรไปหาแพทย์ผิวหนังเพื่อตรว­­­จวินิจฉัยค่ะ

สัญญาณทั้ง 10 อย่างที่แนะนำกันไป ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งถ้าหากเราหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในร่างกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ โรคมะเร็งที่ว่าอันตรายและน่ากลัวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดควา­มสามารถในการรักษาของแพทย์อย่างแน่นอน อ่านจบแล้วรีบสังเกตกันดีกว่าว่าร่างกายของเราเกิดการเปลี่ยนแป­­­ลงอย่างไรบ้าง รู้รักษาทันกาล ก็ปลอดภัยนะคะ

ข้อมูลจากเพจ : โอม อโรคยาม, health.kapook