เผยช่องทาง “การส่งพัสดุ” ไปต่างประเทศแบบคุ้มสุด

อีกหนึ่งความรู้ที่น่าสนใจที่ทางเราจะนำมาอัพเดทให้ได้ชมกันเกี่ยวกับการส่งพัสดุไปในสถานที่ต่างๆหลายคนก็พอจะรู้ราคาและความคุ้มแล้วว่าสิ่งของชิ้นไหนต้องส่งแบบไหนที่ไหนถึงจะคุ้มจะถูกกว่า แต่หลายคนยังไม่ทราบเกี่ยวกับการส่งพัสดุไปต่างประเทศให้ญาติหรือคนในครอบครัวว่าควรเลือกส่งแบบไหนถึงจะดี วันนี้เราจึงนำรายละเอียดมาอัพเดทให้ได้ชมกันกับการเลือกส่งพัสดุที่ถูกต้องแถมถูก เป็นการเลือกบริการแบบที่คุ้มกับตัวเราเอา แต่จะเป็นแบบไหนบ้างนั้นไปชมกันเลย

หากส่งพัสดุที่น้ำหนักไม่มากเราสามารถใช้บริการ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ (EMS World) ได้เลย ที่เช็คไว้คือปลายทาง U.S.A. อัตราหมายเลขพิเศษ 7 ถ้าส่งแบบพัสดุน้ำหนักไม่เกินหนึ่งกิโล ค่าส่งจะอยู่ที่ 1,600 บาท มาตรฐานการจัดส่ง 2-9 วัน โดยสามารถส่งน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 30 กก. และสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ลองเข้าไปเช็คอัตราค่าส่งกันได้ที่เว็บไปรษณีย์เลย

หรือจะเป็นบริการระหว่างประเทศแบบเหมาจ่าย (EMS One Price) ให้เลือก โดยเราจะต้องบรรจุสิ่งของลงในกล่องหรือซองที่ไปรษณีย์กำหนด สามารถส่งของน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 20 กก. มาตรฐานการจัดส่ง 2-9 วันเหมือนกัน ค่าบริการขึ้นอยู่กับโซนปลายทางที่ต้องการส่ง ลองคำนวณคร่าวๆ ดูว่า ถ้าเราส่งพัสดุไม่เกิน 3 กก. ด้วยบริการ EMS World ค่าส่งไปอเมริกาจะอยู่ที่ 2,650 บาท แต่ถ้าเราใช้บริการเหมาจ่าย EMS One Price สำหรับพัสดุกล่องหมายเลข 1 น้ำหนักไม่เกิน 3 กก. ส่งไปอเมริกาเหมือนกัน ค่าส่งจะอยู่ที่ 2,400 บาท ถูกลงมาหน่อย ส่วนใครจะเลือกส่งแบบไหนลองคำนวณขนาดกล่อง น้ำหนักของที่ต้องการส่ง ก่อนเปรียบเทียบอัตราค่าส่งกันดูอีกที ซึ่งตอนนี้เราสามารถใช้บริการ EMS One Price ได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 202 แห่งทั่วประเทศ

และยิ่งไปกว่านั้น เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ไปรษณีย์มีบริการใหม่อีกตัวในการฝากส่งสิ่งของไปต่างประเทศระดับพรีเมียมที่เรียกว่า Courier Post  ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยมาตรฐานร่วมกับ DHL มีการดำเนินการผ่านศุลกากรประเทศปลายทางแบบเบ็ดเสร็จ และมีระยะเวลาจัดส่งที่รวดเร็วกว่า EMS นำจ่ายถึงที่อยู่ผู้รับภายใน 2-3 วัน ส่งน้ำหนักได้สูงสุด 30 กก. แต่แน่นอนว่าราคาย่อมสูงกว่าเป็นธรรมดา ก็อยู่ที่ว่าเราต้องการส่งด่วนแค่ไหนอย่างไร โดยของที่จะส่งนั้นเราต้องนำมาแพ็คต่อหน้าเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เพื่อเป็นการตรวจสอบสิ่งของก่อนฝากส่ง ซึ่งตอนนี้บริการ Courier Post มีประเทศปลายทางที่เปิดให้บริการแล้ว 25 ประเทศ และมีจุดให้บริการ Courier Post ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 171 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

และเผื่อใครยังไม่ทราบว่าการส่งของทางอากาศอะไรส่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง พวกวัตถุอันตรายต่างๆ ห้ามส่งเด็ดขาดเลยนะทุกคน หากถูกตรวจพบมีโทษตาม พรบ.ทางเดินอากาศ ทั้งจำทั้งปรับดูรายละเอียดภาพด้านล่างเลยน