Edit เปิดเรื่องราวของ “พุทธทำนาย” อนาคตประเทศไทยในสมัยแผ่นดินของ รัชกาลที่ 10 เรื่องของพุทธทำนายที่มีการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องราวของความเชื่อของคนไทย ว่าในอดีตกาลที่ผ่านมา มีบูรพาจารย์ได้เขียนคำทำนายเกี่ยวกับประเทศไทยเอาไว้ ว่าแต่ละยุคสมัยของการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ จะมีเหตุการณ์อันสำคัญใดๆเกิดขึ้นบ้าง โดยส่วนใหญ่ที่เราได้รับรู้รับทราบกัน จะมีพุทธทำนายของประเทศไทย ในรัชกาลที่ 1-10 ซึ่งพุทธทำนายในช่วงเวลาของรัชกาลที่ 10 นั้น เป็นยุคชาววิไล คำทำนายของพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งได้ทำนายไว้ตั้งแต่ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกและสูญเสียอิสรภาพให้กับประเทศพม่า หรือก่อนที่กรุงเทพยังไม่ปรากฏขึ้น ได้ทำนายไว้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะต้องถูกข้าศึกตีแตก แต่จะสูญเสียอิสรภาพไม่นานนัก เพราะจะมีคนดีของกรุงศรีอยุธยามากู้ชาติ แต่เมื่อกู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ที่ใหม่และเหตุการณ์ต่างๆของกรุงศรีอยุธยา ก็ได้เป็นจริงตามคำทำนายทุกประการ และพระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวยังได้ทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่ราชวงศ์จักรี มีกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวง ในวันข้างหน้า จะมีเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละรัชกาลมีดังต่อไปนี้ รัชกาลที่ ๑. ทำนายว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์ รัชกาลที่ ๒. ทำนายว่า รู้จักธรรม รัชกาลที่ ๓. ทำนายว่า จำต้องคิด รัชกาลที่ ๔. ทำนายว่า สนิทธรรม รัชกาลที่ ๕. ทำนายว่า จำแขนขาด รัชกาลที่ ๖. ทำนายว่า ราษฎร์ราชาโจร รัชกาลที่ ๗. ทำนายว่า นั่งทนทุกข์ รัชกาลที่ ๘. ทำนายว่า ยุคทมิฬ รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า ถิ่นกาขาว รัชกาลที่ ๑๐.ทำนายว่า ชาววิไล ซึ่งคำทำนายทั้งหมดมีความหมายดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑.ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถูกทำนายไว้ว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์ ซึ่งมีความหมายว่า ทรงผ่านพระเจ้าตากสินขึ้นครองพระราชสมบัติ ข้อที่ ๒.ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ถูกทำนายไว้ว่า รู้จักธรรม ซึ่งมีความหมายว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยว่างจากศึกสงคราม ท่านก็ได้หันมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้พระสงฆ์ค้นคว้าพระธรรมวินัยรวบรวมกันเป็นการใหญ่ ข้อที่ ๓.ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกทำนายไว้ว่า จำต้องคิด ซึ่งมีความหมายว่า พระราชาองค์นี้ท่านมีหัวคิดริเริ่มหาเงินมาสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้ ข้อที่ ๔.ใสมัยรัชกาลที่ ๔ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกทำนายไว้ว่า สนิทธรรม ซึ่งมีความหมายว่า พระราชาองค์นี้ จะทรงผนวชถึง ๒๗ พรรษา จึงมีความคล่องตัวในพระธรรมวินัย ทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกอย่างแตกฉาน และยังมีความสนิทสนมกับสมเด็จพระพุทธอาจารย์โตอย่างยิ่งหรือเรียกได้ว่า เป็นคู่บารมี ข้อที่ ๕. ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกทำนายไว้ว่า จำแขนขาด ซึ่งมีความหมายว่า จะมีการเสียดินแดนของประเทศเกิดขึ้นไปหลายครั้งหลายหน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยอมเสียแขน ขา ดีกว่าสูญเสียตัวทั้งหมด จึงยอมเสียแผ่นดินไปบางส่วนเพื่อรักษาเอกราชของชาติไว้จนมาถึงวันนี้ ข้อที่ ๖. ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกทำนายไว้ว่า ราษฎร์ราชาโจร ซึ่งมีความหมายว่า เงินในท้องพระคลังจะถูกนำออกมาใช้จ่ายจนหมดสิ้น แต่พระองค์ทรงเป็นนักชาตินิยม และทรงมีพระปรีชาสามารถปลุกใจประชาชนให้รักชาติบ้านเมือง ยิ่งกว่านั้นพระองค์ยังทรงทำให้ประเทศไทยเป็นที่ปรากฏแก่ชาวโลก โดยส่งทหารไปช่วยในสงครามครั้งที่๑ จึงเป็นเหตุที่ต้องใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะใช้เงินในท้องพระคลังไปจำนวนมากแต่ก็เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองของเราอย่างมากมาย ข้อที่ ๗. ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกทำนายไว้ว่า นั่งทนทุกข์ ซึ่งมีความหมายว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสวยราชสมบัติอยู่ในเกณฑ์ตกอับพอดีเพราะเงินในท้องพระคลังได้หมดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อน พระองค์จึงทรงประทับอยู่บนกองทุกข์ และถึงกับต้องปลดข้าราชการออกเป็นจำนวนมากในครานั้น เท่านั้นยังไม่พอต่อมาพระองค์จำพระทัยต้องสละราชสมบัติ ก่อนจะเดินทางออกจากประเทศของตนไปนั่งทนทุกข์อยู่ต่างแดน จนสิ้นพระชนม์ ข้อที่ ๘. ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ถูกทำนายไว้ว่า ยุคทมิฬ ซึ่งมีความหมายว่า บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประชาชนตกอยู่ในสภาพบ้านแตก อดอยาก ยากแค้นแสนสาหัส พระพระมหากษัตริย์จะถูกรอบปลงพระชนม์จนสวรรคต ข้อที่ ๙. ในสมัยรัชกาลที่ ๙ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ถูกทำนายไว้ว่า ถิ่นกาขาว ซึ่งมีความหมายว่า กาซึ่งปรกติจะตัวดำแต่คนในยุคนี้กับมองเห็นเป็นกาสีขาว คนพาล คนชั่วแต่ผู้คนกลับมองว่าเป็นคนดี ยกย่องสรรเสริญคนไม่ดี สนับสนุนคนพาล คนเลวทำตัวเป็นดีเดินตามถนน ส่วนคนดี เดินก้มหน้าตามตรอก คนเลวแกล้งทำตัวเป็นคนดีจนสังคมแยกไม่ออก ว่าใครดีใครชั่ว พร้อมทั้งกดขี่คนดี ข้อที่ ๑๐.พุทธทำนายได้ ทำนายว่า ในช่วงเวลาของรัชกาลที่ 10 นั้น เป็นยุคชาววิไล มีความหมายว่า ประเทศไทยของเราได้ก้าวพ้นช่วงยุคเข็ญมาแล้ว และนับแต่นี้ต่อไปประเทศไทยของเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองประเทศไทยจะได้พบกับความมั่งคั่งสมบูรณ์เหมือนนานาอารยะประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย เพราะความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยรวมถึงขุมทรัพย์มหาศาลในผืนแผ่นดิน เมื่อใดที่มีผู้บริหารดีมีความจริงใจต่อบ้านเมือง ทรัพย์พยากรณ์ที่มีอยู่มากมายจะปรากฏขึ้น น้ำมันมากมายมหาศาลที่อยู่ใต้ผืนดินของประเทศไทยพอๆกับแม่น้ำสายหนึ่ง กว้างประมาณหนึ่งกิโลเมตรและยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งกำลังไหลผ่านประเทศของเราลงสู่ทะเล เมื่อใดก็ตามที่ประเทศของเราได้ผู้บริหารประเทศที่ดี มีมือสะอาดซื่อสัตย์สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ด้วยขุมทรัพย์มหาศาลในเมืองไทยก็จะทำให้เมืองไทยกลายเป็นเมืองแห่งมหาเศรษฐีมีชื่อเสียงระบือไปทั่วโลก และจะได้เป็นประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งในเอเชีย ขอบคุณที่มาจาก https://bit.ly/2JiTUcf Related Posts :ทำไมคู่แท้ ถึงเจอกันช้า ทำไมคู่แท้ ถึงเจอกันช้า คนเราไม่ได้เป็นนางเอกสำเร็จรูปแต่แรก แต่เป็นนางเอกด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คนที่เกิดมาสวย รวย เก่งครบสูตร คุณเช… Read More...“ฟักข้าว” ของดีต้องบอกต่อ ผลไม้มหัศจรรย์ มะเร็งยังขยาด HIV ก็เอาอยู่ ในประเทศไทยคนสมัยก่อนนำผล “ฟักข้าว” อ่อนสีเขียวเป็นอาหาร เนื่องจากรสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ วิธีการนำมารับประทานโดยการนำมาลวกหร… Read More...เผยเทคนิค “นวดคลายเส้น” แก้ปวดเมื่อยได้สบาย ไม่ต้องเสียเงินไปจ้างหมอนวด การนวด เป็นจัดระเบียบร่างกายรูปแบบหนึ่ง เพื่อการบำบัดและทำให้ร่างกายผ่อนคลาย โดยใช้ทักษะทางร่างกายและอุปกรณ์เสริมด้วยการ บีบ จับ คลึง… Read More...กรมอุตุฯเตือน 31 จังหวัดเจอฤทธิ์ไต้ฝุ่น ’มังคุด’ ฝนถล่มหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน เช็กอากาศก่อนไป 3ประเทศนี้ วันที่ 14 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื… Read More...ใครที่มักจะชอบ “ตื่นกลางดึก” ในแต่ละช่วงเวลา แท้จริงแล้วร่างกายกำลังจะบอกอะไรเรา หลายๆคนคงจะเจอกับปัญหาการนอนแล้วตื่นขึ้นมากลางดึก หากใครที่เป็นบ่อยๆแบบนี้ก็ไม่ควรมองข้ามเลยเพราะมันอาจจะมีสาเหตุบางอย่างที่มันกำลังบอ… Read More...