เป็นสามีภรรยากัน ยิ่งต้องเคารพความเป็นส่วนตัว มักจะอยู่ด้วยกันได้นาน

รู้จักเคารพความเป็นส่วนตัว จะอยู่ด้วยกันได้นาน

คู่สมรสที่อยู่กันนานพอควร….มักจะละเลย

หรือมองข้ามความเป็นส่วนตัวของคู่ได้เสมอ

เหตุเพราะต่างก็คิดว่า เมื่อเป็นสามีภริยากันแล้ว

อะไรๆ ก็เหมือนกับการเป็นคนเดียวกันนั่นเอง

ของสิ่งใดเป็นของเธอก็เหมือนของฉัน เรื่องต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตื้นลึกหนาบางกว้างแคบเท่าใด

ก็เป็นจ้องขอรับรู้ด้วย หรือเข้าไปสอดตาดูรูหูฟังให้ได้

ความคิดเห็นการละเมิดสิทธิ์แบบนี้ มักจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจขึ้นได้

ทั้งยังอาจลุกลามกลายเป็นเรื่องขัดเคือง

ถึงกับกล่าวหาว่าไม่มีสมบัติผู้ดีติดตัวมาก็ได้

ผู้หญิงคนหนึ่งเคยเล่าว่า…

เธอ โ ก ร ธ สามีมาก เพราะทุกครั้งที่เธอรับโทรศัพท์คุยกับใครก็ตาม

พอวางหูโทรศัพท์สามีก็ซักไซ้ไล่เลียงกับเธอทันทีว่า

ใครโทรศัพท์มาพูดเรื่องอะไรกันฯลฯ

ซึ่งอันที่จริงก็อาจจะเป็นคำถามที่สามีอยากรู้

แต่การซักถามอย่างเอาจริงเอาจัง

และเอาเรื่องเหมือนกัน ตำ ร ว จ สอบสวน ผู้ ต้ อ ง ส ง สั ย แบบเอาเป็นเอา ต า ย

และถาม ซ้ำ ซ า ก บ่อยครั้งเพื่อจับผิดแบบนี้ก็น่าสงสัยแกม รำ ค า ญ ว่าสามีต้องการทราบอะไร

เขาอยากรู้จริงๆ หรือเขาเกิดความหึงหวง ไม่ไว้วางใจตัวเธอ

เหมือนสามีของหญิงบางคน ที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง

ความไม่พอใจที่สามีชอบถามชอบยุ่งในเรื่องโทรศัพท์ของเธอเช่นนี้

เธอก็เลยเสแสร้ง แกล้งบอกชื่ออดีตแฟนของเธอ

แล้วเรื่องไม่ควรเป็นเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้

ทั้งคู่ ท ะ เ ล า ะ กันและไม่พูดจากันไปหลายวัน

จนกระทั่งความจริงปรากฏว่า พี่ชายของเธอโทรศัพท์มาเกี่ยวกับธุระบางอย่าง

ซึ่งเธอก็เช่นกัน อาจจะเกิดความคิดที่ว่า “ฉันเป็นเมีย ย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ทุกอย่างของสามี”

ซึ่งนับเป็นความคิดที่ไม่ถูกนัก

คู่สมรสต้องรู้จักเคารพในความเป็นส่วนตัวของกันและกัน

เช่น บางคนติดนิสัยอ่านหนังสือก่อนเข้านอน

และไม่ต้องการให้ใครรบกวน บางคนเวลานอนไม่ต้องการให้ใครทำเสียงดัง

หรือเปิดไฟอ่านหนังสือ ไม่ชอบให้ใครรื้อค้นข้าวของที่เขาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

เช่น สมุดบันทึก จดหมายของที่เก็บไว้ในลิ้นชัก

หรือสิ่งของที่เขาใช้เองเป็นประจำ เช่น สบู่ หวี แปรง แก้วน้ำ

คุณก็พึงรู้ว่าสิ่งใดที่เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ไม่ควรไปหยิบ จับหรือจัด หรือถือโอกาสเปิดจดหมายส่วนตัวออกอ่าน

หากเขาไม่อนุญาต นอกจากจะ เ สี ย ม า ร ย าท

แล้วยังดูเหมือนว่าไม่มีความเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นด้วย

ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้เพื่อนของเธอฟังหลังจากเกิดเรื่อง กล่าวคือ

ด้วยความอยากรู้เธอได้เปิดจดหมายของสามีอ่านและสามีจับได้

เขาจึง โ ก ร ธ มากถึงกับเอ่ยว่า “ช่างไม่มีสมบัติผู้ดีเสียเลย”

ทำเอาทั้งคู่ ท ะ เ ล า ะ กันเป็นการใหญ่

เรื่องทำนองนี้เป็นเรื่องแก้ตัวได้ยาก

โดยแท้จริงจดหมายนั้นก็มิได้เป็นจดหมายลึกลับหรือปกปิดอะไร

เป็นเพียงจดหมายเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ที่เคยสนิทสนมกันสมัยเป็นนักศึกษา

และเขียนมาเล่าสารทุกข์สุกดิบให้ฟัง

แต่แม่บ้านเคยระแวงอยู่แล้วก็เลย ข า ด ส ติ ยั้งคิดเรื่องมารยาทอันดีงามเพราะความอยากรู้

เรื่องนี้ถ้าหากว่าทั้งคู่ไม่มีลูกยึดเหนี่ยวก็คง แ ต ก หั ก

ชีวิตสมรสล่มสลายเป็นแน่ เพราะสามีถึงกับพูดใส่หน้าว่า “ผมทนความไม่มีมารยาทแบบนี้ไม่ไหว”

การรู้จักเคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกันเป็นสิ่งที่คู่สมรสพึงปฏิบัติ

เพื่อหยุดชีวิตคู่ให้ยาวนาน และหากรู้ตัวว่าตัวทำผิดก็ควรขอโทษ

แทนการจะ ย้ำ ซ้ำ ๆ  ว่า ตนมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรๆ ได้ในฐานะที่เป็นคู่ชีวิต

 

ขอขอบคุณที่มา จาก ส.อินทรสุขศรี